วันอังคารที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2555

วิชานโยบายสาธารณะและการวิเคราะห์นโยบาย   (AD ๖๐๘)
บทที่
๑. ความหมาย
๑. สิ่งที่รัฐต้องตัดสินใจว่า จะทำหรือไม่ทำ
๒. ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานของรัฐและสิ่งแวดล้อม 
๓. การตัดสินใจของรัฐที่จะทำหรือไม่ทำ
นโยบายสาธารณะ  นักการเมืองหลายพรรคมารวมกันเรียกรัฐบาลผสม 
นโยบายที่แถลงต่อที่ประชุมเรียกว่านโยบายสาธารณะ นโยบายพัฒนาวัด ฯลฯ
๒. ลักษณะที่สำคัญของปัญหานโยบายสาธารณะ
๑.  มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับผู้อื่น                    ๒. มีลักษณะเป็นจิตพิสัย  (เชิงความคิดหรือฝัน)
๓. มีลักษณะเป็นปัญหาเทียม                                ๔. ไม่คงที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
๓. ประเภทนโยบาย
๑.  เน้นเนื้อหาสาระ                                                              
๒. เป็นนโยบายที่แบ่งตามผลสำเร็จกระจายผลประโยชน์มุ่งเฉพาะกลุ่ม                                            
๓. เป็นเชิงวัตถุหรือสัญลักษณ์
๔. แบ่งตามความสามารถตามกลุ่มของผู้ที่ได้รับประโยชน์
๕. แบ่งตามลักษณะเสรีหรืออนุรักษ์
๔. ความสำคัญของนโยบาย
๑. สะดวกแก่การปฏิบัติ                           ๒.ป้องกันการปฏิบัติตามอารมณ์ 
๓. สะดวกแก่ผู้เลือกปฏิบัติ                     ๔.ประชาชนสามารถปรับตัวเข้ากับนโยบายรัฐบาลได้ 
๕. ลดความล้มเหลวของรัฐบาล
บทที่ ๒
ความสัมพันธ์ระหว่างการเมืองการบริหารนโยบายสาธารณะ
๑. ความหมายของคำว่าการเมือง
๒. บทบาทหลักของฝ่ายการเมือง
กำหนดนโยบาย(การเมืองซึ่งเป็นการแสวงหาอำนาจรัฐ)
๒. กำกับดูแลติดตามการปฏิบัติตามนโยบายข้าราชการประจำ
๓. แต่งตั้งหรือให้ความเห็นชอบข้าราชการระดับสูง

กิจกรรมการสอนศีลธรรมในโรงเรียนระดับประถมศึกษา คำสมาทานอุโบสถศีล

      (คำสมาทานศีลอุโบสถศีลแบบไทย   ประนมมือว่าดังนี้) 
                        มะยัง  ภันเต                                    ติสะระเณนะ  สะหะ
                        อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง                  อุโปสะถัง  ยาจามะ  
        ทุติยัมปิ    มะยัง  ภันเต                                    ติสะระเณนะ  สะหะ
                        อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง                  อุโปสะถัง  ยาจามะ  
     ตะติยัมปิ     มะยัง  ภันเต                                   ติสะระเณนะ  สะหะ
                        อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง                อุโปสะถัง  ยาจามะ  
                        ว่าคนเดียวใช้  อะหัง  แทน  มะยัง ,    ยาจามิ  แทน  ยาจามะ

ต่อนี้  คอยตั้งใจรับสรณคมน์และศีลโดยเคารพ  ตามพระสงฆ์บอกเป็นตอน ๆ ว่า
นะโม   ตัสสะ  ภะคะวะโต   อะระหะโต   สัมมาสัมพุทธัสสะ  ( ๓  จบ)
                                                พุทธัง    สะระณัง    คัจฉามิ
                                                ธัมมัง     สะระณัง   คัจฉามิ
                                                สังฆัง    สะระณัง    คัจฉามิ
                        ทุติยัมปิ            พุทธัง    สะระณัง   คัจฉามิ
                        ทุติยัมปิ            ธัมมัง    สะระณัง    คัจฉามิ
                        ทุติยัมปิ            สังฆัง   สะระณัง    คัจฉามิ
                        ตะติยัมปิ          พุทธัง   สะระณัง    คัจฉามิ
                         ตะติยัมปิ         ธัมมัง   สะระณัง    คัจฉามิ
                        ตะติยัมปิ          สังฆัง   สะระณัง   คัจฉามิ
            เมื่อพระสงฆ์ว่า    ติสะระณะคะมะนัง  นิฏฐิตัง     พึงรับพร้อมกันว่า   อามะ  ภันเต
                        ๑.  ปาณาติปาตา      เวระมะณี  สิกขาปะทัง  สะมาทิยามิ
                        ๒.  อะทินนาทานา     เวระมะณี  สิกขาปะทัง  สะมาทิยามิ
                        ๓.  อะพ๎รัห๎มะจะริยา  เวระมะณี  สิกขาปะทัง  สะมาทิยามิ
                        ๔.  มุสาวาทา           เวระมะณี  สิกขาปะทัง  สะมาทิยามิ
                        ๕.  สุราเมระยะมัชชะปะมาทัฏฐานา  เวระมะณี สิกขาปะทัง  สะมาทิยามิ
                        ๖.  วิกาละโภชะนา    เวระมะณี  สิกขาปะทัง  สะมาทิยามิ
                        ๗.  นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสะนา  มาลาคันธะวิเลปะนะธาระณะ 
                  มัณฑะนะวิภูสะนัฏฐานา  เวระมะณี สิกขาปะทัง  สะมาทิยามิ
                        ๘.  อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา  เวระมะณี  สิกขาปะทัง  สะมาทิยามิ
                      อิมัง   อัฏฐังคะสะมันนาคะตัง, พุทธะปัญญัตตัง  อุโปสะถัง,  อิมัญจะ  รัตติง  อิมัญจะ
                  ทิวะสัง,  สัมมะเทวะ  อะภิรักขิตุง  สะมาทิยามิ  (หยุดรับเพียงเท่านี้)  ตอนนี้ พระสงฆ์จะว่า
อิมานิ  อัฏฐะ สิกขาปะทานิ  อุโปสะถะวะเสนะ  มะนะสิกะริต๎วา  สาธุกัง  อัปปะมาเทนะ  รักขิตัพพานิ  (พึงรับพร้อมกันว่า)  อามะ  ภันเต (พระสงฆ์ว่าต่อ)
            สีเลนะ   สุคติง  ยันต              สีเลนะ   โภคะสัมปะทา
                            สีเลนะ   นิพพุติง   ยันติ         ตัส๎มา   สีลัง   วิโสธะเย
                        พึงให้สาธุการพร้อมกัน ดังนี้
                                                            สาธุ   สาธุ  สาธุ

กิจกรรมการสอนศีลธรรมในโรงเรียน คำไหว้พระเจ้าสิบชาติ

คำไหว้พระเจ้าสิบชาติ
อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ฯ
                นะโม ข้าจะไหว้พระเตมีย์ โพธิสัตโต , ภิญโญ ด้วยเนกขัมบารมี,   พระชินสีห์ อุบัติบังเกิดเลิศล้ำเรืองรอง , รัศมีสีทอง ฉัพพรรณรังสี พระเจ้าโปรดสัตว์ทั่วโลกโลกีย์ข้ามพ้นทุกขี พ้นด้วยบารมี ,  อเนกอนันตัง ,  พระเจ้าได้ตรัสเหนือรัตนบัลลังก์ พระเจ้าข้ามฝั่ง  ข้ามด้วยสำเภาแก้ว ข้ามด้วยสำเภาทอง ,นำสัตว์ลอยล่องข้ามพ้นถึงฝั่ง ,ข้ามด้วยพระอนิจจัง ข้ามด้วยพระทุกขัง ข้ามด้วยพระอนัตตา, กุศลสัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ฯ
                 นะโม ข้าจะไหว้พระมหาชนก โพธิสัตโต, ภิญโญ ด้วยวิริยะบารมี,  พระชินสีห์ อุบัติบังเกิดเลิศล้ำเรืองรอง , รัศมีสีทอง ฉัพพรรณรังสี , พระเจ้าโปรดสัตว์ทั่วโลกโลกีย์ข้ามพ้นทุกขี พ้นด้วยบารมี ,  อเนกอนันตัง ,  พระเจ้าได้ตรัสเหนือรัตนบัลลังก์ พระเจ้าข้ามฝั่ง ข้ามด้วยสำเภาแก้ว ข้ามด้วยสำเภาทอง , นำสัตว์ลอยล่องข้ามพ้นถึงฝั่ง ,ข้ามด้วยพระอนิจจัง ข้ามด้วยพระทุกขัง ข้ามด้วยพระอนัตตา, กุศลสัมปันโน
 อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ฯ
                นะโม ข้าจะไหว้พระสุวรรณสาม โพธิสัตโต, ภิญโญ ด้วยเมตตาบารมี, พระชินสีห์ อุบัติบังเกิดเลิศล้ำเรืองรอง , รัศมีสีทอง ฉัพพรรณรังสี , พระเจ้าโปรดสัตว์ทั่วโลกโลกีย์ข้ามพ้นทุกขี พ้นด้วยบารมี ,  อเนกอนันตัง ,  พระเจ้าได้ตรัสเหนือรัตนบัลลังก์ พระเจ้าข้ามฝั่ง ข้ามด้วยสำเภาแก้ว ข้ามด้วยสำเภาทอง , นำสัตว์ลอยล่องข้ามพ้นถึงฝั่ง ,ข้ามด้วยพระอนิจจัง ข้ามด้วยพระทุกขัง ข้ามด้วยพระอนัตตา, กุศลสัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ฯ
                นะโม ข้าจะไหว้พระเนมิราช โพธิสัตโต, ภิญโญ ด้วยอธิษฐานบารมี, พระชินสีห์ อุบัติบังเกิดเลิศล้ำเรืองรอง , รัศมีสีทอง ฉัพพรรณรังสี , พระเจ้าโปรดสัตว์ทั่วโลกโลกีย์ข้ามพ้นทุกขี พ้นด้วยบารมี ,  อเนกอนันตัง ,  พระเจ้าได้ตรัสเหนือรัตนบัลลังก์ พระเจ้าข้ามฝั่ง  ข้ามด้วยสำเภาแก้ว ข้ามด้วยสำเภาทอง , นำสัตว์ลอยล่องข้ามพ้นถึงฝั่ง ,ข้ามด้วยพระอนิจจัง ข้ามด้วยพระทุกขัง ข้ามด้วยพระอนัตตา, กุศลสัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ฯ
               นะโม ข้าจะไหว้พระมโหสถ โพธิสัตโต, ภิญโญ ด้วยปัญญาบารมี,  พระชินสีห์ อุบัติบังเกิดเลิศล้ำเรืองรอง , รัศมีสีทอง ฉัพพรรณรังสี ,พระเจ้าโปรดสัตว์ทั่วโลกโลกีย์ข้ามพ้นทุกขี พ้นด้วยบารมี ,  อเนกอนันตัง ,  พระเจ้าได้ตรัสเหนือรัตนบัลลังก์ พระเจ้าข้ามฝั่ง    ข้ามด้วยสำเภาแก้ว ข้ามด้วยสำเภาทอง , นำสัตว์ลอยล่องข้ามพ้นถึงฝั่ง ,ข้ามด้วยพระอนิจจัง ข้ามด้วยพระทุกขัง ข้ามด้วยพระอนัตตา, กุศลสัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ฯ
               นะโม ข้าจะไหว้พระภูริทัตต์ โพธิสัตโต, ภิญโญ ด้วยศีลบารมี, พระชินสีห์ อุบัติบังเกิดเลิศล้ำเรืองรอง , รัศมีสีทอง ฉัพพรรณรังสี , แพระเจ้าโปรดสัตว์ทั่วโลกโลกีย์ข้ามพ้นทุกขี พ้นด้วยบารมี ,  อเนกอนันตัง ,  พระเจ้าได้ตรัสเหนือรัตนบัลลังก์ พระเจ้าข้ามฝั่ง
ข้ามด้วยสำเภาแก้ว ข้ามด้วยสำเภาทอง , นำสัตว์ลอยล่องข้ามพ้นถึงฝั่ง ,ข้ามด้วยพระอนิจจัง ข้ามด้วยพระทุกขัง ข้ามด้วยพระอนัตตา, กุศลสัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ฯ
              นะโม ข้าจะไหว้พระจันทกุมาร โพธิสัตโต, ภิญโญ ด้วยขันติบารมี, พระชินสีห์ อุบัติบังเกิดเลิศล้ำเรืองรอง , รัศมีสีทอง ฉัพพรรณรังสี พระเจ้าโปรดสัตว์ทั่วโลกโลกีย์ข้ามพ้นทุกขี พ้นด้วยบารมี ,  อเนกอนันตัง ,  พระเจ้าได้ตรัสเหนือรัตนบัลลังก์ พระเจ้าข้ามฝั่ง  ข้ามด้วยสำเภาแก้ว ข้ามด้วยสำเภาทอง , นำสัตว์ลอยล่องข้ามพ้นถึงฝั่ง ,ข้ามด้วยพระอนิจจัง ข้ามด้วยพระทุกขัง ข้ามด้วยพระอนัตตา, กุศลสัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ฯ
              นะโม ข้าจะไหว้พระพรหมนารท โพธิสัตโต, ภิญโญ ด้วยอุเบกขาบารมี, พระชินสีห์ อุบัติบังเกิดเลิศล้ำเรืองรอง , รัศมีสีทอง ฉัพพรรณรังสี , พระเจ้าโปรดสัตว์ทั่วโลกโลกีย์ข้ามพ้นทุกขี พ้นด้วยบารมี ,  อเนกอนันตัง ,  พระเจ้าได้ตรัสเหนือรัตนบัลลังก์ พระเจ้าข้ามฝั่ง  ข้ามด้วยสำเภาแก้ว ข้ามด้วยสำเภาทอง , นำสัตว์ลอยล่องข้ามพ้นถึงฝั่ง ,ข้ามด้วยพระอนิจจัง ข้ามด้วยพระทุกขัง ข้ามด้วยพระอนัตตา, กุศลสัมปันโน อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ฯ
               นะโม ข้าจะไหว้พระวิฑูรบัณฑิต โพธิสัตโต, ภิญโญ ด้วยสัจจะบารมี, พระชินสีห์ อุบัติบังเกิดเลิศล้ำเรืองรอง , รัศมีสีทอง ฉัพพรรณรังสี , พระเจ้าโปรดสัตว์ทั่วโลกโลกีย์ข้ามพ้นทุกขี พ้นด้วยบารมี ,  อเนกอนันตัง ,  พระเจ้าได้ตรัสเหนือรัตนบัลลังก์ พระเจ้าข้ามฝั่ง  ข้ามด้วยสำเภาแก้ว ข้ามด้วยสำเภาทอง , นำสัตว์ลอยล่องข้ามพ้นถึงฝั่ง ,ข้ามด้วยพระอนิจจัง ข้ามด้วยพระทุกขัง ข้ามด้วยพระอนัตตา, กุศลสัมปันโน
อิติปิ โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ฯ
               นะโม ข้าจะไหว้พระเวสสันดร โพธิสัตโต, ภิญโญ ด้วยทานบารมี พระชินสีห์ อุบัติบังเกิดเลิศล้ำเรืองรอง , รัศมีสีทอง ฉัพพรรณรังสี , พระเจ้าโปรดสัตว์ทั่วโลกโลกีย์ข้ามพ้นทุกขี พ้นด้วยบารมี ,  อเนกอนันตัง ,  พระเจ้าได้ตรัสเหนือรัตนบัลลังก์ พระเจ้าข้ามฝั่ง ข้ามด้วยสำเภาแก้ว ข้ามด้วยสำเภาทอง , นำสัตว์ลอยล่องข้ามพ้นถึงฝั่ง ,ข้ามด้วยพระอนิจจัง ข้ามด้วยพระทุกขัง ข้ามด้วยพระอนัตตา, กุศลสัมปันโน
         เรื่องราวของพุทธศาสนา ถูกนำมาเป็นคาถาอาคมมากมายจึงเกิดคำว่าพุทธเวท ขึ้นซึ่งเป็นคำใหม่ที่บัญญัติกันขึ้นมาเพื่อใช้เรียกหาคาถาอาคมที่อิงคติพุทธ ให้เห็นว่ามีความแตกต่างจากพระเวทสายพราหมณ์ ซึ่งเป็นต้นเค้าดั้งเดิมในบรรดาคติทางพุทธศาสนาที่มักยกมากล่าวอ้างเพื่อเหนี่ยวนำความศักดิ์สิทธิ์นั้นนอกจากบทสรรเสริญพระพุทธคุณ ที่เรียกว่ามหาพุทธาธิคุณ ก็ยังมีคติอื่นอีกอย่าง พระชาติสำคัญ ที่เสวยชาติ เป็นมนุษย์บ้าง สัตว์ บ้างที่นำมากล่าวไปแล้วก็อย่าง พญาเต่าเรือน ซึ่งเป็นคาถาสำคัญ และมีอุปเท่ห์การใช้มากมาย จึงมีพระคาถาในตระกูลเต่าเรือนนี้มากมายหลายบท ได้แนะนำที่คิดว่า ใช้ได้ ใช้ดี มีคุณให้ท่านลองศึกษาท่องบ่นหากมีศรัทธาแท้ก็นับว่าเข้มขลังมากจะประจักษ์ด้วยตัวท่านเอง
          สำหรับคติเกี่ยวกับพระชาติสำคัญท้ายสุดก่อนที่จะบรรลุมรรคผล เป็นการเรียงบารมี สิบประการ เพื่อความสำเร็จในพระโพธิญาณ นับได้พระชาติสำคัญ สิบชาติ คือ
                พระเตมีย์                                                นำอักขระตัวเเรกว่า เต
                พระชนก                                                 นำอักขระตัวเเรกว่า ชะ
                พระสุวรรณสาม                                       นำอักขระตัวเเรกว่า สุ
                พระเนมีย์ราช                                         นำอักขระตัวเเรกว่า เน
                พระมโหสถ                                            นำอักขระตัวเเรกว่า มะ
                พระภูริทัต                                               นำอักขระตัวเเรกว่า ภู
                พระจันทกุมาร                                        นำอักขระตัวเเรกว่า จะ
                พระนารอท                                             นำอักขระตัวเเรกว่า นา
                พระวิทูรย์บัณฑิต                                    นำอักขระตัวเเรกว่า วิ
                พระเวสสันดร                                          นำอักขระตัวเเรกว่า เว
                ได้พระคาถาที่เรียกว่า
                             หัวใจพระเจ้าสิบชาติ
                หรือ หัวใจทศชาติคือ                        
เต-ชะ-สุ-เน-มะ-ภู-จะ-นา-วิ-เว

         โบราณาจารย์ท่านกล่าวสรรเสริญคุณพระคาถาไว้มากมาย เพราะจัดเป็นคาถาสำเร็จ คือทำให้ความปรารถนาทุกประการสำเร็จได้ ผู้ใดหมั่นภาวนา จนจิตเป็นสมาธิจะเจริญศิริสวัสดิ์ทุกประการ คุณของพระคาถายังคุ้มถึงภพหน้าเมื่อแตกกายดับสังขาร คือ เป็นปัจจัยทำให้ได้พบพระศรีอาริย์ สำหรับอุปเท่ห์นอกจากนี้ก็ใช้ได้ทุกประการไม่ว่า เมตตา คงทนแคล้วคลาด ทำน้ำมนต์ถอดถอนอวมงคล หรือจะเสกน้ำมนต์ รด พืชผลในเรือกสวนไร่นาก็มีคุณวิเศษทำได้พืชผลมากไม่มีศัตรูพืชใดใด มารบกวนได้เลย บางคณะใช้ในพิธีรับขวัญข้าวในแรกนาด้วย ใครภาวนาได้กินมิรู้สิ้นเลย ซึ่งโบราณาจารย์นิยมใช้พระคาถานี้มาผูกเป็นยันต์ ทางเรียกลาภ ใส่ไว้ในที่เก็บเงินบูชาให้ดีทำให้ทรัพย์สินเงินทองไม่ขาดเลยเรียกว่า ไม่มีทางกระเป๋าแห้ง มีเคล็ดเสริมพระคาถานี้ด้วยคำ
อิติปิโสภควา แปลว่า เหตุดังนั้น(อิติปิ) โสภควา(พระผู้เจริญ)จะเป็นมหาโภคทรัพย์เรียกลาภผลอย่างกะเจ้าเงาะเรียกเนื้อเรียกปลา จะเรียกว่า เป็น มนต์จินดามีก็ได้ ซึ่งได้ย่อเป็น อิติ” (เป็นคาถาเบิกอุปสรรคชนะมาร)พอรวมกับหัวใจทศชาติเป็นอิติเตชะสุเนมะภูจะนาวิเวบางพระคณาจารย์ก็เรียกเป็นหัวใจเจ้าเงาะถอดรูป( มีหลายสาย ) บทนี้ขลังใช้ได้ ยันต์ทศชาติที่ใช้เรียกทรัพย์ ก็ใช้นับถือมาแต่โบราณ เป็นมหาลาภ กันภัย ชนะคู่แข่ง ซึ่งถือเป็นคาถามาตราฐานที่หลายคนอาจมองข้ามแต่ขลังจริงๆ ขนาดอาจารย์เองยังต้องคัดเลือกคาถาบทนี้มาลงที่หลังพญาเต่าเรือนแบบบูชาที่สร้างให้ทำบุญกัน เพราะของเขาดีจริงๆทดลองหลายครั้งเชื่อขนมกินได้เลย …..

กิจกรรมการสอนศีลธรรมในโรงเรียน ระดับประถม สถานที่ตรัสรู้

พระพุทธเมตตา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย

                พระมหาบุรุษได้ทรงบำเพ็ญทุกกรกิริยา เป็นเวลา ๖ ปี จนได้ค้นพบหนทางตรัสรู้และทรงบรรลุอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ เมื่อพระชนมายุ ๓๕ พรรษา พระองค์ทรงประกาศพระศาสนาสั่งสอนเวไนยสัตว์ให้ได้ดื่มอมตธรรม บุคคลผู้นับถือพระพุทธศาสนาที่ได้ประพฤติปฏิบัติธรรมตามที่พระองค์รู้เห็นเองแล้ว มีศรัทธาออกบวช และปฏิบัติธรรมเพื่อความพ้นทุกข์  ก่อนที่พระองค์จะปรินิพพานได้ตรัสไว้ถึงสถานที่ ๔ ตำบลที่ชาวพุทธควรจะได้สักการะบูชา  เรียกว่าพุทธสังเวชนียสถาน ๔ ได้แก่สถานที่ประสูติ  สถานที่ตรัสรู้  สถานที่แสดงธรรม  และสถานที่ทรงดับขันธปรินิพพาน พุทธบริษัททั้งหลายจึงเชื่อว่าถ้ามีโอกาสจักตัองไปกราบนมัสการสังเวชนียสถานให้ได้สักครั้งหนึ่ง  โดยเฉพาะต้นพระศรีมหาโพธิ์สถานที่ตรัสรู้ถ้าใครได้ไปกราบอธิษฐานของพรแล้วสัมฤทธิ์ผล  จึงมีการเดินทางเป็นคณะทัวร์ หรื่อเป้นการส่วนตัวบ้าง เพื่อไปกราบนมัสการให้ตนเองประสบความสำเร็จสมปรารถนาดังที่พระพุทธองค์ทรงตั้งปณิธานอันแน่วแน่แล้วได้ทรงตรัสรู้

ป้ายชื่อสระมุจจลินท์ที่ทรงเสวยวิมุติสุข

 
ภายในสระมุจลินท์

สถานที่ปฏิบัติบูชาของพระธิเบต

วันศุกร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2555

สื่อการสอนธรรมะ

๑.   นิพพิทา   ความหน่าย          มีโทษอย่างเดียว   ให้โทษเมื่อเกินพอดี   เป็นอุปการะ          ต้องสะรวม  กาย  วาจา  ใจ
๒.  วิราคะ                               ธรรมยังความเมาให้สร่าง  นำเสียซึ่งความระหาย   ถอนอาลัย   ตัดวัฏฏะ   สิ้นตัณหา  สิ้นกำหนัด
๓.  วิมุตต์                                ในบาลี  ๒ เจโต   ปัญญา     ในอรรถคาถา 
๔.  วิสุทธิ                               
๕.  สันติ                                  ภายนอก   ภายใน   โลกามิส   ปชเห   สนฺติเปกฺโข      ผู้เพ่งความสงบ   พึงละอามิสในโลกเสีย.
๖.  นิพพาน                                อุปาทิเสสนิพพาน  อนุปาทิเสสนิพาน
สังสารวัฏ                               

กัมมัฏฐาน  ๔๐  แบ่งเป็น    หมวด     ๑.  กสิณ  ๑๐.          ๒.  อสุภ  ๑๐.                         ๓.  อนุสสติ  ๑๐.
๔.  พรหมวิหาร  ๔.                ๕.  อาหาเรปฏิกูลปัญญา  ๑.                   ๖.  จตุธาตุวัตถาน  ๑.       ๗.  อรูปกัมมัฏฐาน  ๔.  
หัวใจสมถกัมมัฏฐาน              ๑.  กายคตาสติ    แก้กามฉันทะ               ๒.  เมตตา   แก้พยาบาท                 ๓.  พุทธานุสสติ  แก้ถีนมิทธะ.
๔.  กสิณ     แก้  อุทธัจกุกกุจจะ              ๕.  จตุธาตุวัตถาน   แก้วิจิกิจฉา.
    
วิปัสสนาญาณ         ๑.  อุทยัพพยญาณ  (เกิดดับ)   ๒.  ภังคญาณ (ดับ)                              ๓.  ภยตูปัฏฐานญาณ   (น่ากลัว)               
                                      ๔.  อาทีนวญาณ (โทษ)                     ๕.  นิพพิทาญาณ    (เบื่อหน่าย)             ๖.  มุญจิตุกัมยาตาญาณ(ใคร่จะพ้น)
                                     ๗.  ปฏิสังขาญาณ (หาทาง)               ๘.  สังขารุเปกขาญาณ  (วางเฉย)           ๙.  สัจจานุโลมิกญาณ (สมควร)
วิปัสสนูปกิเลส        ๑.  โอภาส       ๒.  ปีติ            ๓.  วิปัสสนาญาณ            ๔.  ปัสสัทธิ                   ๕.  สุข               
     ๖.  อธิโมกข์    ๗.  ปัคคหะ        ๘.  อุปัฏฐาน                   ๙.  อุเบกขา                             ๑๐.  นิกันติ
               
ถอนวิปัลลาส                ข้อที่ ๑  ใช้อนิจจสัญญา    ข้อที่ ๒  ใช้ทุกขสัญญา    ข้อที่ ๓  ใช้อนัตตสัญญา    ข้อที่ ๔  ใช้อสุภสัญญา  
สิ่งที่บังไตรลักษณ์                   ๑ สันตติ  บัง อนิจฺจ                ๒ อิริยาบท  บัง  ทุกฺข             ๓ ฆนสัญญา  บัง  อนตฺตา.
อุปมาแห่งชีวิตซึ่งแสดงไว้ในอรกสูตรรวม    ข้อ  คือ          เหมือนหยาดน้ำค้าง                ฯลฯ         เหมือนโคที่เขาจะฆ่า

ผู้เจริญมหาสติปัฏฐาน  ต้องประกอบด้วยองค์คุณ    คือ    ๑. อาตาปี (เผากิเลส)   ๒. สัมปชาโน (รู้ตัว)  ๓. สติมา  (มีสติ)             
๑.  เพื่อความบริสุทธิ์แห่งสัตว์ทั้งหลาย.                 ๒.  เพื่อข้ามพ้น  โสกะ  และ  ปริเทวะ.                 ๓.  เพื่อความดับสูญ  แห่งทุกข์และโทมนัส.    ๔.   เพื่อบรรลุธรรมที่ควรรู้.                  ๕.  เพื่อทำนิพพานให้แจ้ง.             (สติปัฏฐาน ๔  มีชื่อเรียกว่า  เอกายนมรรค)
๑.  กายานุปัสสนา     ๑๔  เป็นคู่ปรับแก่ตัณหาจริตอย่างอ่อน.  ๒.  เวทนานุปัสสนา        คู่ปรับแก่ตัณหาจริตอย่างกล้า.
๓.  จิตตานุปัสสนา    ๑๖  เป็นคู่ปรับแก่ทิฏฐิตอย่างอ่อน.        ๔.  ธัมมานุปัสสนา          เป็นคู่ปรับแก่ทิฏฐิจริตอย่างกล้า.
                กาย ๑๔  ได้แก่

คิริมานนทสูตร   พระผู้มีพระภาคตรัสแก่พระอานนท์    รับสั่งนำไปแสดงแก่คิริมานนท์    ในคราวที่ท่านคิริมานนท์อาพาธ
ในสมัยที่พระองค์เสด็จประทับ    เชตวนาราม   ใจความในพระสูตรนี้ทรงแสดงสัญญา  ๑๐  ประการ  คือ  :-
 ๑.  อนิจจสัญญา  กำหนดหมายว่า(ไม่เที่ยง)     ๒. อนัตตสัญญา (ไม่ใช่ตน)   ๓.  อสุภสัญญา (ไม่งาม)    ๔. อาทีนวสัญญา (เป็นโทษ)   ๕. ปหานสัญญา (การละ)   ๖. วิราคสัญญา (ในธรรม อันปราศจากราคะ)  ๗. นิโรธสัญญา (ในธรรมเป็นที่ดับ)  ๘.  สัพพโลเก  อนภิรตสัญญา (ไม่ยินดี)  ๙. สัพพสังขาเรสุ   อนิฏฐสัญญา   ไม่ปรารถนา  ๑๐. อานาปานัสสติ  (ลมหายใจ)

สมาธิกับการศึกษาของเยาวชน

ออกตรวจเยี่ยมโรงเรียนคุณธรรมวิถีพุทธได้เห็นกิจกรรมของนักเรียนหลายอย่าง ทั้งการเข้าแถวเคารพธงชาติ  กิจกรรมเล่านิทาน น้องไหว้พี่(ทักทาย-ไหว้-ยิ้ม)  การประกอบอาหาร การทำสมาธิก่อนเข้าเรียน ฯลฯ ดังนี้

ก่อนเข้าเรียนไหว้พระสมาทานศีล
________________________________________
การทำสมาธิของเด็กนักเรียน
(ลมหายใจเข้า)
________________________________________
การทำสมาธิของเด็กนักเรียน
(ลมหายใจออก)
________________________________________
การทำสมาธิของเด็กนักเรียน
(ดั่งดอกไม้บาน)
__________________________________________

เล่านิทานให้น้องฟัง
_________________________________________

ตรวจเยี่ยมโรงเรียนคุณธรรม

ออกตรวจเยี่ยมโรงเรียนคุณธรรม(วิถีพุทธ)

คณะครู ข้าราชการให้การต้อนรับ